ทำไมผมถึงเลือกใช้ Linux แทน Windows สำหรับ Server HIS
สวัสดีครับเพื่อน ๆ ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ SSDPCU.com
วันนี้ผมอยากมาเล่าประสบการณ์ตรงจากการทำงานด้าน IT ในโรงพยาบาล ว่าทำไมผมถึงตัดสินใจเปลี่ยน Server HIS จาก Windows มาเป็น Linux และผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างไร
เรื่องนี้เริ่มต้นจากช่วงที่ผมต้องดูแลระบบ HIS ให้กับ รพ.สต. ในอำเภอทั้งหมด 6 แห่ง ในสมัยนั้นทุกแห่งใช้งาน Windows เป็น Server สำหรับฐานข้อมูล HIS ซึ่งผมพบปัญหาเดิม ๆ อยู่เป็นประจำ
แทบทุกเดือนจะต้องมีสักหนึ่งแห่งที่ยกเครื่อง HIS มาให้ช่วยแก้ปัญหา บางครั้งเป็น MySQL เสียหาย บางครั้ง Windows บูตไม่ขึ้น เครื่องทำงานช้าผิดปกติ หรือมีไวรัสเข้ามาในระบบ
หลายแห่งใช้เครื่องเดียวกันทั้งเป็น Server HIS และเป็นเครื่องสำหรับงานอื่น ๆ ด้วย บางแห่งใช้ตรวจคนไข้ ใช้งานอินเทอร์เน็ต หรือเปิดโปรแกรมต่าง ๆ เพิ่มเติม ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสูงขึ้น
นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องไฟฟ้าตกและไฟดับอยู่บ่อยครั้ง แม้จะมีเครื่องสำรองไฟ (UPS) แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์บ่อยเกินไป ทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์และ UPS ก็เริ่มเสื่อมสภาพตามไปด้วย
หลังจากต้องแก้ปัญหาเดิมซ้ำ ๆ อยู่หลายปี ผมเริ่มคิดว่าคงต้องหาทางออกที่ดีกว่านี้
ผมจึงเริ่มทดลองเปลี่ยนระบบจาก Windows มาเป็น Linux โดยเลือกใช้ AlmaLinux ร่วมกับ MariaDB เป็นหลัก ช่วงแรกมีการทดสอบ Debian อยู่บ้าง แต่ในที่สุดผมตัดสินใจใช้งาน AlmaLinux เป็นมาตรฐานสำหรับทุกแห่ง
ผลลัพธ์ที่ได้เกินความคาดหมายครับ
หลังจากเปลี่ยนเป็น Linux ครบทุก รพ.สต. ผมแทบไม่ได้รับแจ้งปัญหาเกี่ยวกับ Server HIS อีกเลย
ปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว ยังไม่มีใครต้องยกเครื่องมาให้ซ่อมเหมือนในอดีต ทำให้ผมมั่นใจว่า Linux ตอบโจทย์การใช้งานหน้างานของ รพ.สต. ได้ดีกว่าที่คิดไว้มาก
หลายแห่งผมตั้งค่าให้ปิดเครื่องอัตโนมัติในช่วงกลางคืน เพื่อลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าขัดข้องและยืดอายุอุปกรณ์ เช้าวันถัดไปเจ้าหน้าที่เพียงกดปุ่มเปิดเครื่องก็สามารถใช้งานได้ตามปกติ
แม้จะไม่ได้ใช้ Server ระดับองค์กร แต่เป็นเพียงเครื่อง PC ทั่วไปที่นำมาทำหน้าที่เป็น Server ก็ยังสามารถทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ
ในช่วงหลังมีการอัปเกรด HIS เป็นเวอร์ชันใหม่ ซึ่งต้องการประสิทธิภาพของดิสก์มากขึ้น ผมจึงทยอยเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์แบบ HDD เดิมให้เป็น SSD ในทุกแห่ง
ผลที่ได้คือความเร็วในการใช้งานดีขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งการเปิดโปรแกรม การเรียกข้อมูล และการประมวลผลต่าง ๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้สะดวกขึ้น
จากประสบการณ์ที่พบเจอ ผมจึงพยายามชักชวนเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่ดูแลระบบในหน่วยงานต่าง ๆ ให้ลองนำแนวทางนี้ไปปรับใช้
สำหรับผู้ที่ต้องการทำเอง ผมก็พยายามทำคลิปและบทความสอนให้ศึกษาได้ฟรี ส่วนหน่วยงานที่ไม่สะดวกดำเนินการเอง ผมและทีมงานก็สามารถเข้าไปช่วยติดตั้งและย้ายระบบให้ได้ โดยอาจมีค่าใช้จ่ายในส่วนของการเดินทางและค่าใช้จ่ายหน้างานตามความเหมาะสม
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงประสบการณ์จริงจากการทำงานที่อยากนำมาแบ่งปัน เผื่อจะเป็นแนวทางให้กับผู้ที่กำลังประสบปัญหาคล้าย ๆ กัน
สิ่งสำคัญที่สุด
ไม่ว่าจะใช้ Windows หรือ Linux ก็ตาม
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การสำรองข้อมูล (Backup)
ผมแนะนำให้มีการสำรองข้อมูลลง External Hard Disk หรืออุปกรณ์ที่แยกออกจากระบบหลักอยู่เสมอ เพราะไม่มีระบบใดปลอดภัย 100%
การมี Offline Backup ที่สามารถหยิบกลับมาใช้ได้ทันที จะช่วยให้เรานอนหลับได้สบายใจกว่ามาก
สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ทำงานด้าน IT หน้างานครับ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ 🙏